25561128

ท่านเป็น "หม็อยพี่โจว"

ท่านเป็นใครในการเมืองร่วมสมัย
ถ้าท่านแชร์ลิงค์นี้แสดงว่าท่านเป็น "หม็อยพี่โจว" ครับ

25550126

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร - ทำไม “คนชั้นกลาง-คนกรุงเทพ-สลิ่ม” จึงเป็น “แพะ” อันโอชะ เมนูยอดฮิตแห่งยุคสมัยสำหรับปัญญาชนทวนกระแส



บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
ทำไม “คนชั้นกลาง-คนกรุงเทพ-สลิ่ม” จึงเป็น “แพะ” อันโอชะ เมนูยอดฮิตแห่งยุคสมัยสำหรับปัญญาชนทวนกระแส
หมายเหตุ: บทสรุปสำหรับผู้บริหารประกอบการนำเสนอนี้ตัดทอนและดัดแปลงมาจากส่วนหนึ่งของ “แผนธุรกิจ: เราจะหากินกับกลุ่มคนที่มีทัศนคติทางการเมืองต่างๆ ในสังคมไทยได้อย่างไร” จึงยังไม่ใช่ฉบับที่สมบูรณ์
ศูนย์วิจัยหมูหลุม (Mooloom Intelligence Unit - MIU)
พฤศจิกายน 2554
"ว่ากันว่านักเศรษฐศาสตร์รุ่นเดอะคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ทำนองว่า “ความรวย (หรือคนรวย) ในประเทศที่ยากจน ยังไงก็เป็นสิ่งที่ผิด” แต่ประเทศไทยแปลกกว่านั้น เพราะดันมาคิดกันว่าการเป็น “ชนชั้นกลาง” เป็นสิ่งที่ผิด"
ศูนย์วิจัยหมูหลุม (Mooloom Intelligence Unit - MIU) พฤศจิกายน 2554

บทสรุปผู้บริหาร
นิยามสั้นๆ “สลิ่ม” ตามความเข้าใจของหมูหลุม
คำว่า “สลิ่ม” น่าจะเริ่มถูกใช้อย่างจริงจัง มาจากการชุมนุมในเดือน พ.ค. 53 ในความเข้าใจของ MIU น่าจะนำมาอธิบายกลุ่มที่ออกมาแสดงพลังสีขาวหรือแสร้งว่าตนเองเป็นกลางหรือ กลุ่มที่ออกตัวว่าไม่สนใจเรื่องก่อน จากนั้นคำนี้ถูกนำมาใช้อย่างติดปากเรียกฝ่ายที่อยู่ตรงข้ามเสื้อแดงรวมถึงฝ่ายที่ไม่แสดงตัวว่าสนับสนุนเสื้อแดงเกือบทั้งหมด
หมายเหตุ: ส่วนสมัชชาคนจน กลุ่มอนุรักษ์ต่างๆ เป็นข้อยกเว้นในการไม่นำคำว่าสลิ่มมาใช้ทั้งๆ ที่แนวคิดและการแสดงออกทางการเมืองของกลุ่มเหล่านี้อาจเข้าทางกับคำว่า “สลิ่ม” (ในเรื่องของการกั๊ก วางตัวเป็นกลางทางการเมือง) แต่ด้วยมารยาททางสังคมบางประการทำให้ปัญญาชนทวนกระแสไม่สามารถไปกล่าวถึงกลุ่มเหล่านี้ในแง่ลบได้

ทำไมสลิ่ม ชนชั้นกลาง คนกรุงเทพ จึงเป็นเหยื่ออันโอชะของปัญญาชนทวนกระแส คาดว่าเกิดจากอิทธิพลดังนี้
ปัญญาชนทวนกระแสยังติดแนวคิดวรรณกรรมเพื่อชีวิตยุคตุลาที่ปัญญาชนมีหน้าที่โอบอุ้มคนยากจน และผลักชนชั้นกลางออกเป็นฝ่ายตรงข้ามหรือฝ่ายที่ละเลยคนจน
สำหรับการประณามคนกรุงเทพนั้น ปัญญาชนทวนกระแสได้ผนวกเอาแนวคิดที่ว่ากรุงเทพเป็นศูนย์กลางที่รุกรานและสูบทรัพยากรจากภูมิภาค (เช่นตัวอย่างเรื่องน้ำท่วม ในระยะแรกมีการประณามคนกรุงว่าเห็นแก่ตัว ไว้ก่อน แต่ในช่วงหลังหันมาพูดเรื่องการบริหารจัดการ) ส่วนในเรื่องการเมืองนั้นก็ผลักให้คนกรุงอันเป็นตัวแทนของคนเมือง อยู่ตรงข้ามกับฝ่ายเสื้อแดงอันเป็นตัวแทนของคนชนบท
จุดพีคของการใช้คำว่า “สลิ่ม” ช่วงหลังเลือกตั้ง 2554ปัญหาสาเหตุต่อความเดือดดาลประการสำคัญประการหนึ่งก็คือ การที่ปัญญาชนทวนกระแสไปเจอทัศนะคติที่แย่ๆ ของคนเล่นเฟซบุกจำนวนหนึ่งที่เกลียดคนเสื้อแดง แล้วมีการตีขลุมว่านั่นคือความคิดของชนชั้นกลางทั้งหมด
ข้อแนะนำของ MIU
สำหรับบุคคลทั่วไปและปัญญาชนทวนกระแส ในการจะประณามใครก็ตามในสังคมไทยในเรื่องการเมือง นิยามกลุ่มทางการเมืองให้เจาะจงลักษณะให้ชัดเจนกว่าเดิม เช่น พวกอนุรักษ์นิยม พวกประชาธิปัตย์ พวกพันธมิตร เป็นต้น คนอ่านหรือคนฟังเราจะได้รู้ว่าเราด่าหรือประณามใครอย่างชัดเจน
ในวงการวิชาการ ต้องมีการพยายามหาตัวชี้วัดในมิติต่างๆ ให้มากกว่าเดิม ในการอธิบายเรื่องรสนิยมทางการเมืองของคนกลุ่มต่างๆ ในสังคมไทย
พรรคเพื่อไทยและกลุ่มเสื้อแดงต้องนำชนชั้นกลางมาเป็นพวกให้ได้มากที่สุด แล้วแต่วิธีการใดๆ ก็ตาม แต่อย่าผลักชนชั้นกลางไปเป็นฝ่ายตรงข้าม

ข้อมูลเศษเสี้ยวว่าด้วยเรื่องนานาจิตตัง เกี่ยวกับ ชนชั้นกลาง
สมรภูมิเฟซบุก
ที่มา: http://www.checkfacebook.com/ (เข้าดูเมื่อ 22 พ.ย. 2554)
ผู้ใช้ทั้งหมด
12,881,800 คน
หญิง
6,64,9240 คน (51.9%)
ชาย 
6,166,160 (48.1%)
ช่วงอายุ
13-15 ปี 1,475,840 คน (11.5%)
16-17 ปี 1,271,500 คน (9.9%)
18-24 ปี 4,374,680 คน (34.0%)
25-34 ปี 3,687,160 คน (28.6%)
55-64 ปี 138,100 คน (1.1%)
ตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป 146,600 คน (1.1%)
ที่มา: http://www.checkfacebook.com/ (เข้าดูเมื่อ 22 พ.ย. 2554)
เพจ กลุ่ม และอื่นๆ เกี่ยวกับนักการเมือง, พรรคการเมือง, นักกิจกรรม และกลุ่มกิจกรรมทางการเมืองที่น่าสนใจบนเฟซบุก (จากการเข้าดูเมื่อ 29 พ.ย. 54)
คนกรุงเทพฯ กับการเลือกตั้ง
คนกรุงเทพฯ เลือกปาร์ตี้ลิสต์พรรคประชาธิปัตย์ 1,277,669 คน เลือกพรรคเพื่อไทย 1,209,508 คน
ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4,260,951 คน
มีผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง 3,059,472 คน (71.80%)*
บัตรเสีย 59,402 (1.94%)
ไม่ประสงค์ลงคะแนน 138,099 (4.51%)
*สัดส่วนของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งที่ต่ำกว่ากรุงเทพฯ
ศรีสะเกษ ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.62% | บึงกาฬ ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.56% | พิจิตร ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.29% | บุรีรัมย์ ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 71.23% | สุรินทร์ ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 70.77% | ร้อยเอ็ด ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 70.28% | นครพนม ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 69.86% | สกลนคร ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 69.28% | อุดรธานี ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 69.21% | หนองบัวลำภู ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 69.07% | หนองคาย ผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 68.59%
ตารางแสดงผลคะแนนการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อในพื้นที่กรุงเทพมหานคร วันที่ 3 กรกฎาคม 2554

หมายเลข
พรรค
กรุงเทพมหานคร
1
เพื่อไทย
1,209,508
2
ชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน
7,173
3
ประชาธิปไตยใหม่
5,805
4
ประชากรไทย
1,858
5
รักประเทศไทย
214,246
6
พลังชล
2,454
7
ประชาธรรม
346
8
ดำรงไทย
164
9
พลังมวลชน
1,676
10
ประชาธิปัตย์
1,277,669
11
ไทยพอเพียง
1,678
12
รักษ์สันติ
83,892
13
ไทยเป็นสุข
380
14
กิจสังคม
8,497
15
ไทยเป็นไท
346
16
ภูมิใจไทย
8,191
17
แทนคุณแผ่นดิน
1,008
18
เพื่อฟ้าดิน
611
19
เครือข่ายชาวนาแห่งประเทศไทย
631
20
การเมืองใหม่
1,322
21
ชาติไทยพัฒนา
10,864
22
เสรีนิยม
347
23
ชาติสามัคคี
287
24
บำรุงเมือง
294
25
กสิกรไทย
415
26
มาตุภูมิ
12,589
27
ชีวิตที่ดีกว่า
203
28
พลังสังคมไทย
110
29
เพื่อประชาชนไทย
376
30
มหาชน
2,986
31
ประชาชนชาวไทย
188
32
รักแผ่นดิน
337
33
ประชาสันติ
2,013
34
ความหวังใหม่
875
35
อาสามาตุภูมิ
305
36
พลังคนกีฬา
992
37
พลังชาวนาไทย
359
38
ไทยสร้างสรรค์
96
39
เพื่อนเกษตรไทย
535
40
มหารัฐพัฒนา
345
รวมทั้งหมด
2,861,971
สถิติอื่นๆ ที่น่าสนใจ
สถิติเกี่ยวกับแรงงาน
จำนวนผู้ประกันตนภาคบังคับ (มาตรา 33) ปี 2545 – 2554
2545
2546
2547
2548
2549
2550
2551
2552
2553
2554*
6,900,223
7,434,237
7,831,463
8,225,477
8,537,801
8,781,262
8,779,131
8,680,359
8,955,744
9,057,785
ที่มา: สำนักงานประกันสังคม
*ข้อมูลสิ้นสุด ณ เดือนกรกฎาคม 2554
ผู้ยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
จากข้อมูลของสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ที่เปิดเผยในปี พ.ศ. 2553 พบว่าจำนวนผู้เสียภาษีของประเทศ โดยเฉพาะภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จากที่ประเทศไทยมีประชากร 64 ล้านคน แต่มีผู้ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเพียง 9-10 ล้านคน และในจำนวนนี้มีผู้ที่ต้องจ่ายเงินภาษีจริงเพียง 2.3 ล้านคนเท่านั้น (เพราะเมื่อหักค่าลดหย่อนต่างๆ แล้ว ทำให้คนส่วนหนึ่งมีรายได้ไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี จึงไม่ต้องมีภาระเสียภาษี)
ปี
ผู้ยื่นเสียภาษี (คน)
ปีภาษี 2542
5,352,077
ปีภาษี 2543
5,349,126
ปีภาษี 2544 
6,046,823
ปีภาษี 2545
6,224,629
ปีภาษี 2546
6,652,069
การประมาณการที่เปิดเผยในปี 2553
9-10 ล้านคน
ที่มา: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กับ กรมสรรพากร
จำนวนกรมจำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิต
เมื่อสิ้นปี
จำนวนกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีผลบังคับ (ประเภทสามัญ)
ตลอดชีพ
สะสมทรัพย์
เฉพาะกาล
2550
3,678,913
6,383,131
630,664
2551
4,018,992
7,011,790
756,088
2552
4,421,405
7,630,975
861,199
ที่มา: สมาคมประกันชีวิตไทย